<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รวมเรื่องตลก ขำขัน เรื่องสั้น ทะลึ่ง เกร็ดความรู้ &#187; เกร็ดความรู้</title>
	<atom:link href="http://www.joejamsai.com/category/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.joejamsai.com</link>
	<description>joke กลอน มุขตลก</description>
	<lastBuildDate>Fri, 27 Aug 2010 09:41:53 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>71เรื่องของผู้หญิงที่ผู้ชายอยากรู้แต่ไม่กล้าถาม</title>
		<link>http://www.joejamsai.com/71%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.joejamsai.com/71%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Jun 2009 17:10:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>devil_joe</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กางเกงใน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.joejamsai.com/?p=240</guid>
		<description><![CDATA[







1. เวลาผู้หญิงเข้าห้องน้ำ จะเปิดซิปกระโปรงหรือถลกเอา?
ตอบ : แล้วแต่สะดวก แต่ส่วนมากถลก
2. ผู้หญิงสวมกระโปรงยาวเป็นคนเรียบร้อยใช่ไหม?
ตอบ : ไม่เสมอไป อาจเป็นแฟชั่น
3. มีเสื้อผ้าเต็มตู้ จนไม่มีช่องว่างให้แมลงสาบหายใจ แต่ทำไมยังบอกว่าไม่มีอะไรจะใส่?
ตอบ : ก็หาที่ถูกใจกับอารมณ์วันนี้ยังไม่ได้ หรืออาจจะเรียกให้ดูดีหน่อย อาจจะบอกว่า เพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละวัน หรือว่าแฟชั่นช่วงนั้นๆ
4. ทำไมผู้หญิงต้องมุ่งมั่นเอากับการทำให้ผมตรงเรียบ แบบเอาเป็นเอาตายด้วย?
ตอบ : แล้วจะให้มันยุ่งทำไมละ
5. สวมร้องเท้าส้นสูงแหลมๆ ทำไมถึงทรงตัวได้?
ตอบ : เป็นพรสวรรค์ตั้งแต่ชาติก่อน
6. เจ้ามาสคาร่านะ มันจะทำให้คุณดูดีขึ้นเหรอ?
ตอบ : โคตรๆ ถ้ายาวทิ่มตาผู้ชายได้ จะแฮปสุดๆ
7. น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เป็นโศกนาฏกรรมชีวิตเลยหรือ?
ตอบ : ไม่ใช่แค่น้าหนัก แต่รวมถึงเอว ตะโพก พุง ต้นแขน ต้นขา และรอบคอ
8. ต้องการอะไร ทำไมไม่พูดตรงๆ และทำไมต้องคิดว่าผู้ชายต้องเป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้าด้วย
ตอบ : อ้าว ไม่รู้นี่ว่าผู้ชายไม่ฉลาด
9. เวลาคนอุ้มท้อง นอนหงายหรือนอนตะแคง?
ตอบ : ทั้งสองอย่าง แล้วแต่ความเมื่อย
10. ทำไมต้องเติมแป้งที่ใบหน้าอยู่ตลอดเวลา
ตอบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
<p>
<table cellspacing='0' width='0' height='0'  cellpadding='0'><tbody><tr><td >
<script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-3849295131556059";
google_ad_width = 336;
google_ad_height = 280;
google_ad_format = "336x280_as";
google_ad_channel ="";
google_ad_type = "text";
google_color_border = "FFFAF6";
google_color_bg = "FFFAF6";
google_color_link = "CC3300";
google_color_url = "000000";
google_color_text = "000000";
//--></script>
<script type="text/javascript"
  src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script>
</td></tr></tbody></table>
</p>
<p>1. เวลาผู้หญิงเข้าห้องน้ำ จะเปิดซิปกระโปรงหรือถลกเอา?<br />
ตอบ : แล้วแต่สะดวก แต่ส่วนมากถลก<br />
2. ผู้หญิงสวมกระโปรงยาวเป็นคนเรียบร้อยใช่ไหม?<br />
ตอบ : ไม่เสมอไป อาจเป็นแฟชั่น<br />
3. มีเสื้อผ้าเต็มตู้ จนไม่มีช่องว่างให้แมลงสาบหายใจ แต่ทำไมยังบอกว่าไม่มีอะไรจะใส่?<br />
ตอบ : ก็หาที่ถูกใจกับอารมณ์วันนี้ยังไม่ได้ หรืออาจจะเรียกให้ดูดีหน่อย อาจจะบอกว่า เพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละวัน หรือว่าแฟชั่นช่วงนั้นๆ<br />
4. ทำไมผู้หญิงต้องมุ่งมั่นเอากับการทำให้ผมตรงเรียบ แบบเอาเป็นเอาตายด้วย?<br />
ตอบ : แล้วจะให้มันยุ่งทำไมละ<br />
5. สวมร้องเท้าส้นสูงแหลมๆ ทำไมถึงทรงตัวได้?<br />
ตอบ : เป็นพรสวรรค์ตั้งแต่ชาติก่อน<br />
6. เจ้ามาสคาร่านะ มันจะทำให้คุณดูดีขึ้นเหรอ?<br />
ตอบ : โคตรๆ ถ้ายาวทิ่มตาผู้ชายได้ จะแฮปสุดๆ<br />
7. น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เป็นโศกนาฏกรรมชีวิตเลยหรือ?<br />
ตอบ : ไม่ใช่แค่น้าหนัก แต่รวมถึงเอว ตะโพก พุง ต้นแขน ต้นขา และรอบคอ<br />
8. ต้องการอะไร ทำไมไม่พูดตรงๆ และทำไมต้องคิดว่าผู้ชายต้องเป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้าด้วย<br />
ตอบ : อ้าว ไม่รู้นี่ว่าผู้ชายไม่ฉลาด<br />
9. เวลาคนอุ้มท้อง นอนหงายหรือนอนตะแคง?<br />
ตอบ : ทั้งสองอย่าง แล้วแต่ความเมื่อย<br />
10. ทำไมต้องเติมแป้งที่ใบหน้าอยู่ตลอดเวลา<br />
ตอบ : อยากสวย<br />
11. เป็นโสดทำไม?<br />
ตอบ : ที่หาได้ก็ไม่ดี ที่ดีๆ ก็หาไม่ได้<br />
12. ผู้หญิงตายด้าน มีหรือเปล่า?<br />
ตอบ : ผู้หญิงที่ตายด้านก็เพราะคำตอบข้อ 11 นั่นแหละ<br />
13. ทำไมต้องมีร้องเท้าหลายสิบคู่ด้วย มันต่างกันยังไง?<br />
ตอบ : ทำไมผู้ชายถึงชอบมีเมียที่ละหลายคน มันต่างกันยังไง<br />
14. ทำไมฝีมือการขับรถของผู้หญิงไม่เป็นสับปะรดเอาซะเลย?<br />
ตอบ : ก็เพิ่งรู้ตอนคุณถาม แต่ผู้หญิงก็ไม่ได้เมาแล้วขับ เอ๊อๆๆๆ<br />
15. ทำไมผู้หญิงชอบกินผลไม้ดอง?<br />
ตอบ : แล้วทำไมผู้ชายชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่<br />
16. เวลาคุณเสยผมแปลว่าเชิญชวนใช่ไหม?<br />
ตอบ : ไม่ว่ากันถ้าจะคิดอย่างนั้น ขนาดผู้หญิงด่าคุณ ยังหาว่า ผู้หญิงชอบ<br />
17. กระเป๋าสะพายราคาเป็นหมื่นๆ นั้น มันวิเศษยังไง?<br />
ตอบ : แล้วสุราราคาแพงๆ ทำไมคุณบอกว่าอร่อยกว่าราคาถูก ทั้งๆ ที่ดื่มแล้วก็เมาเหมือนกัน<br />
18. กลัวลิปสติกเลอะเวลากินข้าว แล้วทำไมต้องทาก่อนออกไปกินข้าวด้วย?<br />
ตอบ : คำตอบเดียวกันกับ คุณรู้ว่าเที่ยวผู้หญิง นอกใจเมีย เสี่ยงต่อการเป็นเอดส์ แล้วทำทำไม<br />
19. ส้มตำเป็นยาอายุวัฒนะเหรอ?<br />
ตอบ : ก็อยากผอม สวย และเอาใจผู้ชายอย่างคุณไง<br />
20. ผู้หญิงสวมกระโปรงสั้น เพราะอยากอวดให้ผู้ชายเห็นเรียวขาหรือเปล่า?<br />
ตอบ : ใช่ ไม่ได้แค่อวดกับผู้ชายนะกับผู้หญิง ถ้าฉันขาสวย ฉันก็อยากอวดพวกหล่อนด้วยเหมือนกัน<br />
21. ในการปฏิบัติกิจพิเศษ ผู้หญิงสามารถรับได้สูงสุดกี่หนในคราวเดียว?<br />
ตอบ : ผู้ชายทำได้กี่หนก็รับได้เท่านั้นแหละ ว่าแต่ทำได้หรือเปล่าเหอะ<br />
22. เสื้อชั้นใน ตะขอหน้ากับตะขอหลัง มันต่างกันตรงไหน?<br />
ตอบ : ตะขอหน้าสำหรับผู้ชายมือใหม่ ตะขอหลังสำหรับขั้นเทพ คุณละ ขั้นไหน<br />
23. เวลามีรอบเดือน เจ็บปวดหรือเปล่า?<br />
ตอบ : เจ็บปวด ไม่ทุกคนและก็ไม่ทุกครั้ง<br />
24. คุณซักกางเกงในกันบ่อยแค่ไหน?<br />
ตอบ : บ่อยเท่าที่จะทำได้ นุ่งซ้ำไม่ลงเหมือนคุณหรอก<br />
25. ผู้ชายเก่งกับผู้ชายรวย อย่างไหนมีน้ำหนักกว่ากัน<br />
ตอบ : ถ้าทั้งเก่ง ทั้งรวย น้ำหนักจะดีมากๆ<br />
26. ทำไมคุณเดินช้อปปิ้งโดยที่ไม่เหมื่อย ไม่เหนื่อย ไม่เบื่อกันเลย<br />
ตอบ : เวลาที่คุณดื่มสังสรรค์กับเพื่อนคุณถึงสว่าง คุณไม่อยากเลิก ไม่เหนื่อย ไม่เบื่อ ไม่กลัวเมียเวลาเข้าบ้านบ้างหรือ<br />
27. เพชรมันสวยยังไง ทำไมใฝ่ฝันจะเป็นเจ้าของกันหนักหนา<br />
ตอบ : ก็มันสวยกว่าก้อนหินนี่<br />
28. คุณนอนหลับท่าไหนกันบ้าง<br />
ตอบ : ทุกท่าที่ทำให้หลับสบาย<br />
29. จุดยุทธศาสตร์ของผู้หญิงน่ะ จริงๆแล้วมีตรงไหนบ้าง<br />
ตอบ : ถามแฟนคุณจะดีที่สุด<br />
30. คุณเคยช่วยตัวเองใช่ไหม<br />
ตอบ : คุณถามเพราะไม่รู้จริงๆ เหรอ<br />
31. ผู้หญิงบ้างคนทำอาหารไม่เป็นเลยจริงๆ หรือว่าแกล้งทำ<br />
ตอบ : ทำน่ะ มันทำได้ แต่จะขาดรสอร่อย<br />
32. ทำไมผู้หญิงวิตกจริตกันเอามากๆ<br />
ตอบ : คุณเรียกว่าวิตกจริตแต่ผู้หญิงเรียกว่า กลัว<br />
33. ทำไมผู้หญิงถึงได้ตั้งใจและเรียนเก่งกันนัก<br />
ตอบ : ก็เพราะผู้หญิงขับรถไม่เป็นสับปะรดไง<br />
34. ยามเข้านอน คุณสวมชุดชั้นในกันหรือเปล่า<br />
ตอบ : แล้วแต่คน ส่วนมาก ไม่<br />
35. ทำไมต้องรวบผมครึ่งเดียว<br />
ตอบ : มันจำเป็นที่จะต้องรวบหมดด้วยเหรอ<br />
36. ตอนสวมชุดเกาะอก เปิดไหล่ใส่เสื้อชั้นในกันหรือเปล่า<br />
ตอบ : ใส่บ้าง ไม่ใส่บ้างแล้วแต่ชุด<br />
37. ตอนสวมชุดว่ายน้ำ คุณสวมกางเกงในด้วยหรือเปล่า<br />
ตอบ : คำตอบเดียวกับข้อ 36<br />
38. เคยจินตนาการแบบอีโรติกกับผู้ชายที่กำลังอยู่ตรงหน้าบ้างไหม<br />
ตอบ : ไม่เคยเพราะแค่เจอหน้าก็อารมณ์หดหมดแล้ว แต่ถ้ากับดารา ก็ไม่แน่<br />
39. ชุดโชว์ร่องอกน่ะ อยากให้ผู้ชายดูใช่ไหม<br />
ตอบ : คล้ายๆกับคำตอบข้อ 20<br />
40. ทำไม ต้องอคติกับแม่สามีด้วย (กำลังจะคิดให้มี”วันแม่ยาย”)<br />
ตอบ : อาจจะเพราะรักผู้ชายคนเดียวกันก็ได้มั้ง<br />
41. เอ่อ ! ..คุณชอบท่าไหนมากที่สุด<br />
ตอบ : ทำไมคุณไม่ถามว่าเกลียดท่าไหนที่สุด จะตอบง่ายกว่า<br />
42. คุณจะเปลี่ยนมาเป็นศาสนาเดียวกับผมได้ไหม<br />
ตอบ : ได้ แต่คุณลองให้เหตุผลดีๆ มาซัก 3 ข้อ<br />
43. ถ้ามาอยู่บ้านผู้ชายแล้ว ผู้หญิงเขาจะช่วยค่าใช้จ่ายในบ้านไหม<br />
ตอบ : แล้วทำไมผู้หญิงต้องไปอยู่บ้านคุณด้วย<br />
44. ทำไมผู้หญิงต้องเอาเป็นเอาตายกับวันครบรอบสารพัดวันด้วย<br />
ตอบ : ที่จริงผู้หญิงทุกคนอยากจะรู้ว่าผู้ชายที่รัก จะรักและสนใจอะไร เกี่ยวกับตัวเธอบ้างไหม<br />
45. ผู้หญิงเคยสวมกางเกงในกลับด้านกันบ้างไหม<br />
ตอบ : เคย (โดยส่วนตัวไม่เคย)<br />
46. กางเกงเป้าต่ำน่ะ ใส่สบายดีจริงๆหรือเปล่า<br />
ตอบ : ก็สบายต่อสายตาผู้ชายไง<br />
47. ทำไมต้องให้ผู้ชายเป็นฝ่ายเลี้ยงทุกครั้งที่ออกเดท<br />
ตอบ : ไม่ได้ตั้งใจ<br />
48. คุณเคยดูหนังโป๊กันใช่ไหม<br />
ตอบ : ใช่ ชอบด้วย<br />
49. ระหว่างเครื่องสำอางกับอาหาร คุณให้อะไรเป็นที่หนึ่ง<br />
ตอบ : เครื่องสำอาง<br />
50. เคยแอบมองเป้าผู้ชายกันบ้างหรือเปล่า<br />
ตอบ : ไม่มองแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าคุณไม่ได้รูดซิป<br />
51. ทำไมต้องหวง เวลาที่คุณผู้ชายไปสังสรรค์กับเพื่อนผู้ชายด้วยกัน<br />
ตอบ : ก็เพราะว่าไม่ได้ไปด้วยไง จริงๆ แล้วอยากไปด้วย<br />
52. ทำไมชอบคิดจับผิดว่าคนนั้นคนนี้เป็นเกย์<br />
ตอบ : เพราะพวกเขาชอบเรียกพวกเราว่า ชะนี<br />
53. คุณแอบชอบเพื่อนของแฟนบ้างไหม<br />
ตอบ : จะชอบเข้าไปได้ยังไง อ้วนดำและขนาดนั้น<br />
54. ทำไมเป็นนักสำรวจมือทองกันจัง ซ่อนอะไรไว้ตรงไหนหาเจอหมด<br />
ตอบ : พรสวรรค์อีกนั่นแหละ<br />
55. ผ่าท้องคลอด หมอผ่าตรงไหน<br />
ตอบ : ใต้สะดือ<br />
56. สวมถุงน่องข้างนอกหรือข้างในกางเกงใน<br />
ตอบ : ข้างนอก (ไม่ใช่ซูเปอร์แมนนะ)<br />
57. ครีมทาหน้าขาวน่ะ ขาวจริงๆ หรือเปล่า<br />
ตอบ : ถามพอนด์ส ดูสิคะ<br />
58. ผู้หญิงอายุมากๆ ยังมีความรู้สึกทางเพศไหม<br />
ตอบ : ถามญาติผู้ใหญ่คุณดูดีกว่าไหม<br />
59. ทำไมชอบทำสีผมกันจัง ทำไมคิดว่าจะทำให้ดูดีขึ้น<br />
ตอบ : คุณคิดว่าผมสีขาวกับสีดำ สีไหนดูดีกว่ากัน<br />
60. ทำไมต้องหึงหวงอย่างไม่มีเหตุผล<br />
ตอบ : คุณรู้ได้ไงว่าไม่มีเหตุผล เหตุผลมีเป็นพันๆ ข้อ แต่คุณไม่ยอมรับรู้ต่างหาก<br />
61. ทำไมต้องให้โทรหาทุกวัน<br />
ตอบ : จะได้รู้ไงว่าคุณมีชีวิตอยู่หรือเปล่า<br />
62. การไม่ปฏิเสธ คือการยอมรับหรือเปล่า<br />
ตอบ : ใช่<br />
63. การที่คุณโทรหาผม แสดงว่าคุณชอบผมเข้าแล้วใช่ไหม<br />
ตอบ : เปล่า ฉันชอบเพื่อนคุณต่างหาก<br />
64. คุณแอบชอบแฟนของเพื่อนหรือเปล่า<br />
ตอบ : จะแอบชอบได้ยังไงมีแต่ผู้หญิง<br />
65. การที่คุณเงียบ แปลว่าคุณยอมใช่ไหม<br />
ตอบ : ยอม อาย ลังเล … แล้วแต่ขณะนั้นแต่อยู่ใน 3แบบนี้<br />
66. คุณภูมิใจมากใช่ไหมที่มีรายได้สูงกว่าผู้ชาย<br />
ตอบ : ทำไมไม่คิดให้มีมากกว่าผู้หญิงละ<br />
67. ผู้หญิงแกร่ง ลึกๆ แล้วก็ต้องการผู้ชายใช่หรือเปล่า<br />
ตอบ : ต้องการให้ได้ดั่งใจ<br />
68. คุณร้องไห้เพื่อเรียกร้องความสนใจหรือเปล่า?<br />
ตอบ : ร้องไห้เพราะเสียใจ ทุกข์ใจ ที่ทำไมผู้ชายดีๆ หายากจัง<br />
69. ทำไมต้องถอนขนคิ้วด้วย<br />
ตอบ : จุดประสงค์เดียวกับการโกนหนวดของผู้ชายนั่นแหละ<br />
70. ทำไมไม่เคยเข้าใจผู้ชายเลย<br />
ตอบ : แล้วคุณน่ะเคยเข้าใจผู้หญิงบ้างหรือเปล่า<br />
71.เวลาเลือกเสื้อผ้า ไมผู้หญิงต้องจับเสื้อผ้าทุกตัวที่อยู่บนราวแขวน<br />
ตอบ : ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากได้ทุกตัวที่อยู่ในร้านนั่นแหละ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.joejamsai.com/71%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“5 อย่า” เมื่อคุณจะนอน</title>
		<link>http://www.joejamsai.com/%e2%80%9c5-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e2%80%9d-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.joejamsai.com/%e2%80%9c5-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e2%80%9d-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Dec 2008 07:55:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>devil_joe</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[นอน]]></category>
		<category><![CDATA[ยกทรง]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.joejamsai.com/?p=205</guid>
		<description><![CDATA[








ที่ 1 คือ อย่านอนหลับไปพร้อมๆ กับนาฬิกาข้อมือ 
ก็เพราะขณะที่นาฬิกาเจ้ากรรมทำงานไปเรื่อยๆ นั้นเจ้านาฬิกาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนปล่อยพลังงานทั้งสิ้น เชื่อมั้ยว่าการใส่นาฬิกาข้อมือนอน จะมีผลต่อสุขภาพระยะยาวเลย
อย่าที่ 2 นี่ สำหรับพวกชอบคุยโทรศัพท์มือถือจนหลับโดยเฉพาะเลย
ไม่ควรนอนหลับไปพร้อมๆ กับโทรศัพท์เท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงการวางโทรศัพท์มือถือไว้ใกล้ๆ ตัวด้วย บางคนที่ชอบใช้มือถือเป็นนาฬิกาปลุกยามเช้า กรุณาเก็บมือถือของท่านไว้ให้ใกลตัวที่สุดเมื่อจะนอนซะเถอะ ไปหาซื้อนาฬิกาปลุกถูกๆ ดีๆ เก๋ๆ มาใช้ดีกว่า เพราะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า โทรศัพท์มือถือเครื่องจิ๋วเนี่ย จะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาขณะเปิดเครื่องไว้ และเจ้าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านี้ มีผลกับระบบประสาทซะด้วยส ิ เพราะฉะนั้น ตอนนอนก็ปิดโทรศัพท์มือถือซะดีกว่า พอปิดโทรศัพท์มือถือเรียบร้อยแล้ว จะวางไว้ใกล้หรือไกลก็หายห่วง
อย่าที่ 3 ง่ายๆ สั้นๆ คือ อย่าหลับพร้อมๆ กับเครื่องสำอาง 
ไม่ว่าจะเหนื่อยอ่อนเมื่อยล้าขนาดไหน ต้องล้างเครื่องสำอางออกให้หมด เพราะการหลับทั้งๆ ที่เครื่องสำอางยังคาอยู่ที่ผิวหน้านั้น จะก่อให้เกิดปัญหาด้านผิวพรรณระยะยาว กลางคืนคือช่วงเวลาที่ผิวพรรณจะได้พักผ่อนบ้างนะค่ะ
อย่าที่ 4 (สำหรับสาวๆ เท่านั้น) คือ อย่านอนหลับทั้งๆ ที่ยังใส่ยกทรง
นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ค้นพบว่าการใส่ยกทรงนานเกิน 12 ชั่วโมง จะเป็นการเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งทรวงอกได้ ฉะนั้น ก็อย่าใส่ยกทรงนอนเลย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<ul>
<li><strong>ที่ 1 คือ อย่านอนหลับไปพร้อมๆ กับนาฬิกาข้อมือ </strong><br />
ก็เพราะขณะที่นาฬิกาเจ้ากรรมทำงานไปเรื่อยๆ นั้นเจ้านาฬิกาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนปล่อยพลังงานทั้งสิ้น เชื่อมั้ยว่าการใส่นาฬิกาข้อมือนอน จะมีผลต่อสุขภาพระยะยาวเลย</li>
<li><strong>อย่าที่ 2 นี่ สำหรับพวกชอบคุยโทรศัพท์มือถือจนหลับโดยเฉพาะเลย</strong><br />
ไม่ควรนอนหลับไปพร้อมๆ กับโทรศัพท์เท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงการวางโทรศัพท์มือถือไว้ใกล้ๆ ตัวด้วย บางคนที่ชอบใช้มือถือเป็นนาฬิกาปลุกยามเช้า กรุณาเก็บมือถือของท่านไว้ให้ใกลตัวที่สุดเมื่อจะนอนซะเถอะ ไปหาซื้อนาฬิกาปลุกถูกๆ ดีๆ เก๋ๆ มาใช้ดีกว่า เพราะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า โทรศัพท์มือถือเครื่องจิ๋วเนี่ย จะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาขณะเปิดเครื่องไว้ และเจ้าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านี้ มีผลกับระบบประสาทซะด้วยส ิ เพราะฉะนั้น ตอนนอนก็ปิดโทรศัพท์มือถือซะดีกว่า พอปิดโทรศัพท์มือถือเรียบร้อยแล้ว จะวางไว้ใกล้หรือไกลก็หายห่วง</li>
<li><strong>อย่าที่ 3 ง่ายๆ สั้นๆ คือ อย่าหลับพร้อมๆ กับเครื่องสำอาง </strong><br />
ไม่ว่าจะเหนื่อยอ่อนเมื่อยล้าขนาดไหน ต้องล้างเครื่องสำอางออกให้หมด เพราะการหลับทั้งๆ ที่เครื่องสำอางยังคาอยู่ที่ผิวหน้านั้น จะก่อให้เกิดปัญหาด้านผิวพรรณระยะยาว กลางคืนคือช่วงเวลาที่ผิวพรรณจะได้พักผ่อนบ้างนะค่ะ</li>
<li><strong>อย่าที่ 4 (สำหรับสาวๆ เท่านั้น) คือ อย่านอนหลับทั้งๆ ที่ยังใส่ยกทรง</strong><br />
นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ค้นพบว่าการใส่ยกทรงนานเกิน 12 ชั่วโมง จะเป็นการเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งทรวงอกได้ ฉะนั้น ก็อย่าใส่ยกทรงนอนเลย ไม่ต้องกลัวเสียทรง ไม่ต้องกลัวอกแบะห่วงชีวิตไว้ก่อนดีกว่า</li>
<li><strong>อย่าที่ 5 อันนี้เหมาะกับทุกเพศเลยนะ </strong><br />
“อย่านอนกับสามีหรือภรรยาของคนอื่น” เพราะคุณอาจจะไม่ได้ตื่นอีกเลย …</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.joejamsai.com/%e2%80%9c5-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e2%80%9d-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สูตรยาดี</title>
		<link>http://www.joejamsai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.joejamsai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 Nov 2008 08:51:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>devil_joe</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรยาดี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.joejamsai.com/?p=189</guid>
		<description><![CDATA[&#62;     สรรพคุณของพืขผักแต่ละชนิดว่ามีคุณประโยชน์ต่อการรักษาได้อย่างไรไว้ในหนังสือชื่อ &#8216;
&#62;     ยามหัศจรรย์สำหรับคุณ &#8216; เช่น
&#62;     1. ปวดหัว กินปลามากๆ ทั้งปลาทะเล ปลาน้ำจืด
&#62;     น้ำมันจากปลามีสรรพคุณป้องกันการปวดหัว กินพร้อม ๆ กับขิง จ ะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวลง
&#62;
&#62;     2. แพ้ละออง เป็นแพ้ทั้งฝุ่นและเกสรดอกไม้ ให้กินโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว
&#62;     3. โรคหัวใจ ดื่มชาเขียว เป็นประจำ สารในชาเขียวช่วยป้องกันไม่ให้ไขมัน
&#62;     ไปจับตัวตามผนังหลอดเลือด
&#62;
&#62;     4. โรคนอนไม่หลับ ดื่มน้ำผึ้ง เป็น ประจำ
&#62;     สารในน้ำผึ้งมีฤทธิ์เป็นยากล่อมประสาททำให้นอนหลับฝันดี
&#62;
&#62;     5. โรคหืดหอบ กินหอม ต้นหอม หรือ หัวหอม ก็ได้มีตัวยาทำให้หลอดลมปลอดโปร่ง
&#62;
&#62;     6. โรคไขข้ออักเสบ กินปลาเท่านั้น แก้ไขเป็นปกติได้ ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาทูน่า
&#62;     ( ปลาโอ) ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีนส์ ( ปลากระป๋อง )
&#62;     [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&gt;     สรรพคุณของพืขผักแต่ละชนิดว่ามีคุณประโยชน์ต่อการรักษาได้อย่างไรไว้ในหนังสือชื่อ &#8216;<br />
&gt;     ยามหัศจรรย์สำหรับคุณ &#8216; เช่น<br />
&gt;     1. ปวดหัว กินปลามากๆ ทั้งปลาทะเล ปลาน้ำจืด<br />
&gt;     น้ำมันจากปลามีสรรพคุณป้องกันการปวดหัว กินพร้อม ๆ กับขิง จ ะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวลง<br />
&gt;<br />
&gt;     2. แพ้ละออง เป็นแพ้ทั้งฝุ่นและเกสรดอกไม้ ให้กินโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว<br />
&gt;     3. โรคหัวใจ ดื่มชาเขียว เป็นประจำ สารในชาเขียวช่วยป้องกันไม่ให้ไขมัน<br />
&gt;     ไปจับตัวตามผนังหลอดเลือด<br />
&gt;<br />
&gt;     4. โรคนอนไม่หลับ ดื่มน้ำผึ้ง เป็น ประจำ<br />
&gt;     สารในน้ำผึ้งมีฤทธิ์เป็นยากล่อมประสาททำให้นอนหลับฝันดี<br />
&gt;<br />
&gt;     5. โรคหืดหอบ กินหอม ต้นหอม หรือ หัวหอม ก็ได้มีตัวยาทำให้หลอดลมปลอดโปร่ง<br />
&gt;<br />
&gt;     6. โรคไขข้ออักเสบ กินปลาเท่านั้น แก้ไขเป็นปกติได้ ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาทูน่า<br />
&gt;     ( ปลาโอ) ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีนส์ ( ปลากระป๋อง )<br />
&gt;     น้ำมันปลาทำให้โรคไขข้ออักเสบบรรเทาลง<br />
&gt;<br />
&gt;     7. ท้องผูก ท้องอืด ให้กินกล้วย หรือ ขิง กล้วยทำให้ไม่ท้องผูก<br />
&gt;     และขิงทำให้อาการคลื่นไส้ในตอนเช้าหายไป<br />
&gt;<br />
&gt;     8. ติดเชื้อในถุงกระเพาะปัสสาวะ ให้ กินน้ำคั้นจากลูกแคนเบอรี ( ไม้เมืองหนาว)<br />
&gt;     กรดเข้มข้นในลูกไม้ฆ่าแบคทีเรียได้<br />
&gt;<br />
&gt;     9.. โรคหงุดหงิด ฟุ้งซ่านโดยเฉพาะเกิดในผู้หญิงสูงอายุด้วย<br />
&gt;     ให้กินข้าวโพดช่วยบรรเทาอาการเครียด วิตกกังวล และความคิดสับสนได้<br />
&gt;<br />
&gt;     10. โรคกระดูกพรุน ทั้งกระดูกเปราะและแตกง่าย แก้ไขได้โดยให้กินสับปะรด<br />
&gt;     ซึ่งมีสารแมงกานีสอยู่มาก ช่วยให้กระดูกแข็งแรงได้<br />
&gt;<br />
&gt;     11. ความจำเสื่อม แก้ไขโดย กินหอยนางรม หอยแครงหรือหอยอื่น ๆ<br />
&gt;     ซึ่งในเนื่อหอยมีสารสังกะสีช่วยบำรุงสมองได้ดี<br />
&gt;<br />
&gt;     12. เป็นหวัด กินกระเทียม ทำให้จมูกโปร่ง สมองโล่ง<br />
&gt;     กระเทียมช่วยลดไขมันในเลือดได้อีกด้วย<br />
&gt;<br />
&gt;     13. ไอ จาม กินพริกแดง สารที่นำมาทำยาแก้ไอนั้นสกัดมาจากพริกแดง<br />
&gt;<br />
&gt;     14. มะเร็งเต้านม กินข้าวสาลี รำข้าว และกะหล่ำปลีจะช่วยป้องกันได้ดี<br />
&gt;     โดยเฉพาะรำข้าวกะหล่ำปลี<br />
&gt;     ช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนได้ในปริมาณที่เหมาะสม<br />
&gt;     ข้อสำคัญอย่ากินไก่มาก เพราะใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนในการเร่งการเจริญเติบโต<br />
&gt;<br />
&gt;     15. มะเร็งปอด กิน ส้ม และ ผักใบเขียว มีวิตามินเอ<br />
&gt;     อยู่มากจะช่วยป้องกันการก่อพิษของสารเบต้าแคโรทีน<br />
&gt;<br />
&gt;     16 แผลในกระเพาะอาหาร กินกะหล่ำปลี<br />
&gt;     ซึ่งมีสารเคมีช่วยทำให้แผลเรื้อรังในกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กหายขาดได้<br />
&gt;<br />
&gt;     17. โรคท้องร่วง กินแอปเปิ้ลสดทั้งเปลือก<br />
&gt;     ช่วยให้อาการปั่นป่วน ในท้องเมื่อเชื้อโรคบิดเล่นงานทุเลาลง<br />
&gt;<br />
&gt;     18. เส้นเลือดตีบ กินผลอโวคาโด แก้ได้เพราะไขมันดี &#8216; โมโรอันแซตเทอเรต &#8216;<br />
&gt;     ที่มีอยู่ในผลไม้ชนิดนี้ทำลายไขมันเลว &#8216; คลอเลสเตอรอล &#8216; ได้<br />
&gt;<br />
&gt;     19. ความดันโลหิตสูง กินผลโอลีฟ และผักขึ้นฉ่ายพืชทั้งสองชนิดนี้มีสารเคมี<br />
&gt;     ทำให้ระดับความดันเลือดลดลง<br />
&gt;<br />
&gt;     20. น้ำตาลในเลือดไม่สมดุล กินผักบร็อกโรลี่ และถั่วลิสง<br />
&gt;     ซึ่งมีอินซูลินทำให้น้ำตาลในเลือดสมดุลได้<br />
&gt;<br />
&gt;     พืชผักที่กินเป็นอาหารประจำวันนั้นนอกจากจะอิ่มท้องแล้วยังมีสรรพคุณช่วยสร้างความสมดุลภายในร่างกายช่วยป้องกันและรักษาโรคภัยไข้เจ็บชนิดต่างๆได้ถ้าได้เรียนรู้ที่จะรู้จักเลือกกินให้เหมาะกับตนเอง<br />
&gt;     คุณประโยชน์ของพืชสมุนไพร<br />
&gt;     โดยเฉพาะพืชสมุนไพรไทยนั้นนับเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทยเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่นอันควรปกป้องหวงแหนและอนุรักษ์ไว้ให้เป็นมรดกแก่ลูกหลาน<br />
&gt;     ไทยขอให้ช่วยกันป้องกันไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของคนต่างชาติที่จ้องฉกฉวยผลประโยชน์จากทรัพย ากรธรรมชาติของ<br />
&gt;     เราไปเป็นของตนทุกวิถีทาง ดังนั้นอนุชนรุ่นหลังจึงควรที่จะได้นำมาศึกษา ค้นคว้า<br />
&gt;     และคิดค้นตามแนวทางที่บรรพบุรุษของเราท่านได้วางพื้นฐานไว้ให้เพื่อนำมาใช้<br />
&gt;     ให้เป็นประโยชน์ในด้านโภชนาการของคนไทยต่อไป.<br />
&gt;<br />
&gt;     อาการของการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย<br />
&gt;     1. มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ<br />
&gt;     ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณ อาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์<br />
&gt;     หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูด<br />
&gt;     เนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ได้<br />
&gt;<br />
&gt;     2. มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์<br />
&gt;     หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อง<br />
&gt;<br />
&gt;     3. มะเร็งรังไข่ อาการ<br />
&gt;     ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์<br />
&gt; &amp; nbsp;   มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการ ปวดหลัง<br />
&gt;<br />
&gt;     4. มะเร็งในเม็ดเลือด ( ลูคีเมีย)<br />
&gt;     อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว<br />
&gt;     หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาหารปวดตามข้อต่าง<br />
&gt;     ๆ ทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของช่องท้อง<br />
&gt;<br />
&gt;     5. มะเร็งปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ<br />
&gt;     มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้ำหนักลดอย่างฮวบฮาบ<br />
&gt;     เจ็บหน้าอกและหายใจลำบากหรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆที่ไม่เคยเป็นมาก่อน<br />
&gt;<br />
&gt;     6. มะเร็งตับ อาการ ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร<br />
&gt;     น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ชัด<br />
&gt;<br />
&gt;     7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ<br />
&gt;<br />
&gt;     8. มะเร็งสมอง อา การ ปวดศีรษะนาน ๆ<br />
&gt;     และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า<br />
&gt;     และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ<br />
&gt;     การเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงานเช่นมีอาการชาและเป็นอัมพาตชั่วคราว<br />
&gt;     ควรให้ความระวังเป็นพิเศษหากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย<br />
&gt;<br />
&gt;     9. มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก<br />
&gt;     &lt; SPAN lang=TH&gt;หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษาหรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือกเนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำหรือเป็นเวลานาน<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;     10. มะเร็งในลำคอ อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที<br />
&gt;     มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบากหรือมีการขยายตัวของต่อมใน<br />
&gt;     ลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึกได้<br />
&gt;<br />
&gt;     11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร<br />
&gt;     อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวด เร็วอาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย บ่อย<br />
&gt;     รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ<br />
&gt;<br />
&gt;     12. มะเร็งทรวงอก<br />
&gt;     อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนาขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้<br />
&gt;     บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิดขึ้นที่เต้านมเป็นเวลานานควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10<br />
&gt;     คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอก โดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมากขึ้น<br />
&gt;     เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่าซีสต์<br />
&gt;     ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกันแน่<br />
&gt;<br />
&gt;     13. มะเร็งลำไส้ อาการ<br />
&gt;     น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติมีเลือดออกปนมากับอุจจาระ<br />
&gt;     **** ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือถ้าใ<br />
&gt;     ช้กระดาษทิชชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสดนั่นคือ<br />
&gt;     อาการของริดสีดวงทวาร แต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่นคือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้<br />
&gt;<br />
&gt;     14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง<br />
&gt;     อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้<br />
&gt;     เกิดอาการติดเชื้อในบางส่วนของร่างกาย<br />
&gt;<br />
&gt;     15. มะเร็งผิวหนัง<br />
&gt;     อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานานตลอดจนไฝหรือหูดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง<br />
&gt;     ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา<br />
&gt;     (Melanoma) คือเนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น<br />
&gt;     กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ด<br />
&gt;     ทั่วร่างกายหรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อนคุณจะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ<br />
&gt;     ขอให้ท่านนำเรื่องนี้ไปบอกต่อเป็นวิทยาทาน ท่านจะโชคดีมีความสุขตลอดกาล<br />
&gt;     ตำรานี้ใช้แก้โรคมะเร็งผู้เป็นมะเร็งจะหายโดยไม่คาดคิด สำหรับมะเร็งจะหายภายใน       6 วัน วิธีรักษา &#8211; ไปที่ร้านย าจีน ซื้อหัวเตย 1 ตำลึง หัวขิง 1 ตำลึง ก้อนเกลือ 3 ก้อน<br />
&gt;     นำมารวมกันแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 วัน ในน้ำ 1 ชาม จากนั้นให้ดื่มจนหมดชาม<br />
&gt;     สรรพคุณในการรักษา &#8211; หลังจากดื่มยานี้แล้วควรดื่มน้ำตามมาก ๆ<br />
&gt;     นำส่วนที่เหลือมารับประทาน<br />
&gt;     ยานี้จะขับเอาของเสียออกทางอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ต้องตกใจ<br />
&gt;     เป็นการขับของเสียออกหมดแล้วจะปกติ<br />
&gt;<br />
&gt;     *** ตำรานี้ห้ามซื้อขาย หรือคิดเป็น เงินค่ารักษา<br />
&gt;     และขออย่าได้เก็บไว้เป็นส่วนตัวโดยเด็ดขาด<br />
&gt;     หากท่านผู้อื่นรับทราบด้วยใจศรัทธาและกุศลจิตของท่าน<br />
&gt;     ท่านและครอบครัวจะประสบแต่ความสุข ความสมหวังทุกประการ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.joejamsai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กินบำบัดเกาต์</title>
		<link>http://www.joejamsai.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.joejamsai.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Oct 2008 16:04:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>devil_joe</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เกาต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.joejamsai.com/?p=164</guid>
		<description><![CDATA[เกาต์ เป็นโรคข้อที่พบบ่อยชนิดหนึ่ง เกิดจากมีความเข้มข้นของกรดยูริกสูงในร่างกาย ทำให้เกิดผลึกยูเรต (โมโนโซเดียมยูเรต) มีรูปร่างเหมือนเข็มแหลมๆ สะสม ณ อวัยวะต่างๆ ได้แก่ ข้อ เอ็น ไต ก่อให้เกิดการอักเสบ และทำความเสียหายให้อวัยวะต่างๆ เหล่านั้น อาการ
อาการแรกที่พบบ่อยที่สุดคือ การปวดข้อนิ้วหัวแม่เท้าอย่างรุนแรง อาจตามด้วยอาการหนาวสั่นและมีไข้ มักพบอาการครั้งแรกในเวลากลางคืน
ในผู้ป่วยส่วนใหญ่จะพบว่ามีเหตุการณ์พิเศษนำก่อนมีอาการ เช่น การกินอาหารเกินพอดี การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความกระทบกระเทือนทางใจอย่างรุนแรง(trauma) การกินหรือได้รับยาบางชนิด เช่น การรับเคมีบำบัด หรือการผ่าตัด เป็นต้น
โรคเกาต์พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง อาการปวดจะเกิดขึ้นมีการบวมแดงร้อนร่วมด้วย อาการบวมอาจเกิดชั่วครู่หรือนานเป็นวัน ขึ้นกับว่าผู้ป่วยสัมผัสตัวกระตุ้นมากน้อยเพียงใด หากเกิดการกำเริบบ่อยและนานพอ ก็จะเกิดการเสื่อมของข้อ เมื่อข้อเสื่อมแม้ไม่มีการอักเสบก็ปวดได้
อาการข้ออักเสบพบมากในฤดูที่อากาศเย็น และมักเกิดกับอวัยวะที่อยู่ไกลจากหัวใจ เช่น ปลายมือ ปลายเท้า เพราะกรดยูริกละลายในของเหลวได้น้อยในอุณหภูมิต่ำ จึงมีการตกผลึกเกิดขึ้น และทำให้การไหลของเลือดลดลง
แนวทางการวินิจฉัยโรค
วินิจฉัยโรคจากการตรวจค่ากรดยูริกในเลือด หากมีค่าสูงมากเกินมาตรฐาน (hyperuricemia) ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดการตกผลึกของยูเรต ทำให้เกิดโรคเกาต์ได้
การที่กรดยูริกในเลือดมีค่าสูงจะส่งผลให้เกิดการสะสมของผลึกตามอวัยวะต่างๆ ได้ โดยทั่วไปจะถือว่ามีภาวะกรดยูริกในเลือดสูง (hyperuricemia) ก็เมื่อระดับกรดยูริกในเลือดม่าสูงเกินกว่า 7 มก./ดล. ในผู้ชาย และ 6 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เกาต์ เป็นโรคข้อที่พบบ่อยชนิดหนึ่ง เกิดจากมีความเข้มข้นของกรดยูริกสูงในร่างกาย ทำให้เกิดผลึกยูเรต (โมโนโซเดียมยูเรต) มีรูปร่างเหมือนเข็มแหลมๆ สะสม ณ อวัยวะต่างๆ ได้แก่ ข้อ เอ็น ไต ก่อให้เกิดการอักเสบ และทำความเสียหายให้อวัยวะต่างๆ เหล่านั้น อาการ<br />
อาการแรกที่พบบ่อยที่สุดคือ การปวดข้อนิ้วหัวแม่เท้าอย่างรุนแรง อาจตามด้วยอาการหนาวสั่นและมีไข้ มักพบอาการครั้งแรกในเวลากลางคืน</p>
<p>ในผู้ป่วยส่วนใหญ่จะพบว่ามีเหตุการณ์พิเศษนำก่อนมีอาการ เช่น การกินอาหารเกินพอดี การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความกระทบกระเทือนทางใจอย่างรุนแรง(trauma) การกินหรือได้รับยาบางชนิด เช่น การรับเคมีบำบัด หรือการผ่าตัด เป็นต้น</p>
<p>โรคเกาต์พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง อาการปวดจะเกิดขึ้นมีการบวมแดงร้อนร่วมด้วย อาการบวมอาจเกิดชั่วครู่หรือนานเป็นวัน ขึ้นกับว่าผู้ป่วยสัมผัสตัวกระตุ้นมากน้อยเพียงใด หากเกิดการกำเริบบ่อยและนานพอ ก็จะเกิดการเสื่อมของข้อ เมื่อข้อเสื่อมแม้ไม่มีการอักเสบก็ปวดได้</p>
<p>อาการข้ออักเสบพบมากในฤดูที่อากาศเย็น และมักเกิดกับอวัยวะที่อยู่ไกลจากหัวใจ เช่น ปลายมือ ปลายเท้า เพราะกรดยูริกละลายในของเหลวได้น้อยในอุณหภูมิต่ำ จึงมีการตกผลึกเกิดขึ้น และทำให้การไหลของเลือดลดลง</p>
<p>แนวทางการวินิจฉัยโรค</p>
<p>วินิจฉัยโรคจากการตรวจค่ากรดยูริกในเลือด หากมีค่าสูงมากเกินมาตรฐาน (hyperuricemia) ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดการตกผลึกของยูเรต ทำให้เกิดโรคเกาต์ได้</p>
<p>การที่กรดยูริกในเลือดมีค่าสูงจะส่งผลให้เกิดการสะสมของผลึกตามอวัยวะต่างๆ ได้ โดยทั่วไปจะถือว่ามีภาวะกรดยูริกในเลือดสูง (hyperuricemia) ก็เมื่อระดับกรดยูริกในเลือดม่าสูงเกินกว่า 7 มก./ดล. ในผู้ชาย และ 6 มก./ดล. ในผู้หญิง</p>
<p>บุคคลที่มีค่ากรดยูริกในเลือดสูงเกินมาตรฐานอาจไม่มีอาการโรคเกาต์ ส่วนผู้ป่วยที่เป็นโรคเกาต์ อาจไม่มีภาวะกรดยูริกในเลือดสูงก็ได้</p>
<p>ปริมาณกรดยูริกที่สูงขึ้นในกระแสเลือด กว่าร้อยละ 70 ของผู้ป่วยเกิดจากการเพิ่มการสังเคราะห์กรดยูริกในร่างกาย ร้อยละ 30 เกิดจากการเสื่อมความสามารถในการขับกรดยูริกออกนอกร่างกาย</p>
<p>การรักษาโรคเกาต์</p>
<p>เกาต์เป็นโรคแมทาบอลิซมที่ควบคุมได้ดีมากด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน ในช่วงที่มีภาวะข้ออักเสบ จะมีการใช้ยาเพื่อลดอาการอักเสบภายใต้การดูแลของแพทย์และกำจัดเหตุกระตุ้น เช่น การติดเชื้อ ความเครียด</p>
<p>ส่วนในช่วงที่โรคสงบแพทย์จะแนะให้ผู้ป่วยควบคุมโรคร่วมอื่นๆ (เช่น ความดันเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง ลดน้ำหนัก งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์) หลีกเลี่ยงอาหารที่กินแล้วเกิดอาการปวดข้อ เช่น เครื่องในสัตว์ ปลาซาร์ดีน สัตว์ปีก ชะอม กระถิน อาหารทอด และน้ำซุปต้มเนื้อสัตว์</p>
<p>ผู้ป่วยแต่ละคนจะมีอาการจากอาหารไม่เหมือนกันเพราะฉะนั้นต้องใช้การสังเกตเอาเอง แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยกินผักใบเขียวที่มีธาตุเหล็กสูง และดื่มน้ำมากๆ</p>
<p>กินอะไรดีจึงจะช่วยบรรเทาโรคเกาต์<br />
1. น้ำมันโอเมก้า 3 (EPA eicosapentaenoic acid)<br />
ลดการสร้างสารลิวโคทรีน (leukotrine) ที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อ ถ้ากินเป็นน้ำมันเมล็ดป่านแฟลกซ์ (flax seed oil) วันละ 1 ช้อนโต๊ะก็พอ</p>
<p>2. วิตามินอี<br />
ลดการสร้างสารลิวโคทรีน 400-800 หน่วย (IU) ต่อวัน</p>
<p>3. กรดโฟลิก<br />
กรดโฟลิกยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่สร้างกรดยูริก คล้ายฤทธิ์ยาอัลโลพูรินอล (allopurinol) ที่ใช้รักษาอาการโรคเกาต์ 10-40 มก. ต่อวัน</p>
<p>4. สารสกัดเอนไซม์จากสับปะรด<br />
โบรมีเลน (bromelain) เป็นเอนไซม์ย่อยโปรตีนที่มีสมบัติต้านการอักเสบทั้งในสัตว์ทดลองและการวิจัยทางคลินิกในมนุษย์</p>
<p>แต่ถ้าจะกินเอนไซม์โบรมีเลนหรือกินสับปะรดเพื่อต้านอักเสบให้กินสับปะรด ? ผล (ขนาดเล็ก) วันละ 2-3 ครั้งหลังอาหาร 1 ชั่วโมงครึ่ง มิฉะนั้นเอนไซม์ดังกล่าวจะไปย่อยโปรตีน</p>
<p>5. เควอเซทิน<br />
ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่สร้างกรดยูริกเช่นเดียวกับกรดโฟลิก</p>
<p>ใช้ใบฝรั่งมีเควอเซทินสูงต้มน้ำดื่ม ใช้ใบฝรั่งสด 30 กรัม ต้มกับน้ำ 3-4 ลิตร จนเดือด เคี่ยวไฟอ่อนครึ่งชั่วโมงยกลง ดื่มวันละ 1-3 แก้วหลังอาหาร 1 ชั่วโมงครึ่ง</p>
<p>6. ผลเชอร์รี่หรือผลไม้สีม่วงแดง<br />
กินผลเชอร์รี่บรรจุกระป๋องวันละ 250 กรัมมีผลลดกรดยูริกในกระแสเลือด ผลไม้มีสีม่วงแดงมีสารแอนโทไซยานินและโพรแอนโทไซยานินซึ่งป้องกันคอลลาเจนจากการถูกทำลาย นอกจากนั้น สารทั้งสองยับยั้งการสร้างสารลิวโคทรีนอีกด้วย</p>
<p>สำหรับประเทศไทย กินลูกหว้าหรือมะเกี๋ยงแทนได้หรือใช้น้ำร้อน 1 แก้วชงดอกอัญชัญสด 1 ดอก 2 นาทียกดอกขึ้น ผสมน้ำเชื่อมพอหวานปะแล่มดื่มได้วันละ 3 เวลา</p>
<p>7. ขึ้นฉ่าย (celery)<br />
ขึ้นฉ่ายฝรั่งก้านโตๆ มีสารต้านการอักเสบ มีขายในซูเปอร์มาเก็ต กินวันละ 4 ก้าน หรือดื่มชาเมล็ดขึ้นฉ่าย ให้เมล็ดครึ่งช้อนชาชงน้ำร้อน 1 แก้วดื่ม 1-3 แก้วต่อวัน หรือจะซื้อสารสกัดเป็นแคปซูลแทนก็ได้</p>
<p>8. ขมิ้นชัน<br />
มีสารเคอร์คูมิน (curcumin) ชะลอการสร้างพรอสตาแกลนดิน (prostaglandin) ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาการปวดเป็นกลไกคล้ายกันกับกลไกระงับปวดของแอสไพรินและไอบูโพรเฟน ที่ปริมาณสูงๆ เคอร์คูมินกระตุ้นต่อมหมวกไต ให้หลั่งสารคอร์ติโซนเพื่อระงับการอักเสบและความปวดจากการอักเสบดังกล่าว</p>
<p>กินขมิ้นชันสดชิ้นเท่า 2 ข้อนิ้วก้อย 3 เวลาก่อนอาหารก็ควรจะได้เคอร์คูมินพอสำหรับบรรเทาอาการเกาต์นี้</p>
<p>อย่าลืมดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 แก้ว งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คุมความดันเลือดและปริมาณไขมันให้ดีนะคะจะได้ไม่ต้องปวดหัวแม่เท้าจากโรคเกาต์อีก</p>
<p>ที่มา นิตยสาร หมอชาวบ้าน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.joejamsai.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือด</title>
		<link>http://www.joejamsai.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7/</link>
		<comments>http://www.joejamsai.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Oct 2008 06:22:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>devil_joe</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กรุ๊ปเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.joejamsai.com/?p=160</guid>
		<description><![CDATA[




เครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือด




เลือดกรุ๊ปโอ จะมีกรดในกระเพาะอาหารสูง  สามารถย่อยอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ได้อย่างรวดเร็ว  แต่ไม่ควรกินอาหารจำพวกแป้งมากเกินไป เพราะจะย่อยยาก และเมื่อเกิดการสะสมแป้ง  ร่างกายจะเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล และจะกลายเป็นโรคเบาหวานและทำให้อ้วนง่าย  อาหารที่ควรทานคืออาหารจำพวกสาหร่าย เกลือไอโอดีน อาหารทะเล และควรกินตับ  กินบลอกโคลี ผักโขม เพราะจะช่วยในเรื่องประสิทธิภาพการเผาผลาญมากขึ้น
เครื่องดื่มที่เหมาะกับเลือดกรุ๊ปโอคือ น้ำสัปปะรด น้ำลูกพรุน  แต่ไม่ควรดื่มน้ำแอบเปิล น้ำส้ม น้ำกระหล่ำปลี
เลือดกรุ๊ปเอ กรุ๊ปนี้จะตรงข้ามกับกรุ๊ปโอแทบจะทุกอย่าง  เพราะเลือดกรุ๊ปนี้จะมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ  จึงเหมาะกับอาหารมังสวิรัติและควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์  เพราะหากกินมากเกินไปร่างกายจะไม่ยอมย่อย ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ  เช่นโรคหัวใจและโรคมะเร็ง หากต้องการกินเนื้อจริงๆ  ควรบริโภคแค่เนื้อไก่เพราะไม่มีไขมันมาก  หรือกินถั่วเหลืองแทนเพื่อทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์  แล้วควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกอาหารสำเร็จรูป เช่นไส้กรอก แฮม  เพราะอาหารจำพวกนี้มีสารดินประสิวที่ไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร  ควรหันมากินผักและอาหารจากถั่วเหลือง  เพื่อช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหารให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องดื่มที่เหมาะสมกับคนเลือดกรุ๊ปเอก็คือ น้ำแอปปริคอต  น้ำแครอต น้ำเซเลรี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div dir="ltr">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="98%" align="center">
<tbody>
<tr>
<td>
<div><span style="font-family: MS Sans Serif,Tahoma,sans-serif; color: #669933; font-size: small;"><strong>เครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือด</p>
<p></strong></span></div>
</td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-family: MS Sans Serif,Tahoma,sans-serif; font-size: x-small;"><span style="font-size: x-small;"><span style="color: #686868;"><span style="font-family: MS Sans Serif;"><strong><span style="color: #ff8100;">เลือดกรุ๊ปโอ</span></strong> จะมีกรดในกระเพาะอาหารสูง  สามารถย่อยอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ได้อย่างรวดเร็ว  แต่ไม่ควรกินอาหารจำพวกแป้งมากเกินไป เพราะจะย่อยยาก และเมื่อเกิดการสะสมแป้ง  ร่างกายจะเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล และจะกลายเป็นโรคเบาหวานและทำให้อ้วนง่าย  อาหารที่ควรทานคืออาหารจำพวกสาหร่าย เกลือไอโอดีน อาหารทะเล และควรกินตับ  กินบลอกโคลี ผักโขม เพราะจะช่วยในเรื่องประสิทธิภาพการเผาผลาญมากขึ้น</p>
<p><strong>เครื่องดื่มที่เหมาะกับเลือดกรุ๊ปโอคือ น้ำสัปปะรด น้ำลูกพรุน  แต่ไม่ควรดื่มน้ำแอบเปิล น้ำส้ม น้ำกระหล่ำปลี</strong></p>
<p><strong><span style="color: #ff8100;">เลือดกรุ๊ปเอ</span></strong> กรุ๊ปนี้จะตรงข้ามกับกรุ๊ปโอแทบจะทุกอย่าง  เพราะเลือดกรุ๊ปนี้จะมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ  จึงเหมาะกับอาหารมังสวิรัติและควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์  เพราะหากกินมากเกินไปร่างกายจะไม่ยอมย่อย ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ  เช่นโรคหัวใจและโรคมะเร็ง หากต้องการกินเนื้อจริงๆ  ควรบริโภคแค่เนื้อไก่เพราะไม่มีไขมันมาก  หรือกินถั่วเหลืองแทนเพื่อทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์  แล้วควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกอาหารสำเร็จรูป เช่นไส้กรอก แฮม  เพราะอาหารจำพวกนี้มีสารดินประสิวที่ไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร  ควรหันมากินผักและอาหารจากถั่วเหลือง  เพื่อช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหารให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>เครื่องดื่มที่เหมาะสมกับคนเลือดกรุ๊ปเอก็คือ น้ำแอปปริคอต  น้ำแครอต น้ำเซเลรี น้ำเกรปฟรุต น้ำสัปปะรด น้ำมะนาว เพราะมีวิตามินซีสูง  แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้ม น้ำมะละกอ และน้ำมะเขือเทศ </strong></p>
<p><strong><span style="color: #ff8100;">เลือดกรุ๊ปบี</span></strong> เป็นกรุ๊ปเลือดที่สามารถต้านทานโรคมะเร็งและโรคหัวใจได้  แต่ยังมีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันของร่างกาย จึงควรกินอาหารจำพวกผักใบเขียว ตับ ไข่  นมไขมันต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญ และ</p>
<p><strong>ควรดื่มน้ำกระหล่ำปลี น้ำแครนเบอร์รี่ น้ำองุ่น น้ำมะละกอ  น้ำสัปปะรด แต่ไม่ควรดื่มน้ำมะเขือเทศ</strong></p>
<p><span style="color: #ff8100;"><strong>เลือดกรุ๊ปเอบ</strong>ี</span> คนเลือดกรุ๊ปนี้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร<br />
<strong>จึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินซี เช่น บรอกโคลี เชอร์รี่ ส้มโอ  เกรปฟรุต กะหล่ำปลี และดื่มน้ำแครอต น้ำเซเลรี น้ำแครนเบอร์รี่ น้ำองุ่น  และน้ำมะละกอ เพราะช่วยต้านมะเร็งได้  แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้มเพราะทำให้ย่อยยาก</strong> </span><br />
</span></span></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.joejamsai.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคการบันทึกเบอร์โทรศัพท์ ที่มีเบอร์ต่อ‏</title>
		<link>http://www.joejamsai.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://www.joejamsai.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Oct 2008 16:20:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>devil_joe</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึก]]></category>
		<category><![CDATA[มือถือ]]></category>
		<category><![CDATA[โทรศัพท]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.joejamsai.com/?p=155</guid>
		<description><![CDATA[&#62; เทคนิคการบันทึกเบอร์โทรศัพท์ ที่มีเลขให้กดต่อเมื่อโทรติดแล้ว
&#62;  เพื่อให้โทรศัพท์มือถือของคุณกดเลขต่อนั้นให้โดยอัตโนมัติ
&#62;  (มือถือของคุณทำได้ทันที ไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม)
&#62; ตัวอย่างเช่น  คุณต้องการบันทึกเบอร์ 02-123-4567 ต่อ 101
&#62; หากใช้เทคนิคนี้
&#62;  โทรศัพท์มือถือของคุณจะฉลาดพอที่จะกดที่ไปที่หมายเลข 02-123-4567
&#62; ก่อน  จากนั้นเมื่อโทรติดแล้วจะเว้นช่วงนิดนึง และจะกดหมายเลข 101
&#62;  ให้คุณอัตโนมัติทันที โดยที่คุณไม่ต้องกดปุ่มอะไรเพิ่มเติมเลย
&#62;  คุณสามารถบันทึกหรือ mem
&#62; เบอร์โทรศัพท์ที่ต้องกดหมายเลขต่อได้อย่างง่ายๆ  โดยการใส่ตัว
&#62; อักษร p คั่นเอาไว้ ระหว่างเบอร์โทรศัพท์ และเบอร์ต่อ
&#62; ตัวอย่างเช่น: หากต้องการจะ mem เบอร์ 02-123-4567 ต่อ 101
&#62;  ก็ให้คุณ mem เป็นเบอร์ 021234567p101 เป็นต้น
&#62;  เมื่อคุณทำการโทรออกไปที่เบอร์ที่ mem นี้
&#62;  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&gt; เทคนิคการบันทึกเบอร์โทรศัพท์ ที่มีเลขให้กดต่อเมื่อโทรติดแล้ว<br />
&gt;  เพื่อให้โทรศัพท์มือถือของคุณกดเลขต่อนั้นให้โดยอัตโนมัติ<br />
&gt;  (มือถือของคุณทำได้ทันที ไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม)<br />
&gt; ตัวอย่างเช่น  คุณต้องการบันทึกเบอร์ 02-123-4567 ต่อ 101<br />
&gt; หากใช้เทคนิคนี้<br />
&gt;  โทรศัพท์มือถือของคุณจะฉลาดพอที่จะกดที่ไปที่หมายเลข 02-123-4567<br />
&gt; ก่อน  จากนั้นเมื่อโทรติดแล้วจะเว้นช่วงนิดนึง และจะกดหมายเลข 101<br />
&gt;  ให้คุณอัตโนมัติทันที โดยที่คุณไม่ต้องกดปุ่มอะไรเพิ่มเติมเลย<br />
&gt;  คุณสามารถบันทึกหรือ mem<br />
&gt; เบอร์โทรศัพท์ที่ต้องกดหมายเลขต่อได้อย่างง่ายๆ  โดยการใส่ตัว<br />
&gt; อักษร p คั่นเอาไว้ ระหว่างเบอร์โทรศัพท์ และเบอร์ต่อ<br />
&gt; ตัวอย่างเช่น: หากต้องการจะ mem เบอร์ 02-123-4567 ต่อ 101<br />
&gt;  ก็ให้คุณ mem เป็นเบอร์ 021234567p101 เป็นต้น<br />
&gt;  เมื่อคุณทำการโทรออกไปที่เบอร์ที่ mem นี้<br />
&gt;  โทรศัพท์มือถือของคุณจะโทรไปที่หมายเลข 021234567 ก่อน<br />
&gt;  จากนั้นเมื่อโทรติดแล้วจะเว้นช่วงนิดนึง และจะกดหมายเลข 101<br />
&gt;  ให้คุณอัตโนมัติทันที</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.joejamsai.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมนูห้ามรับประทานขณะท้องว่าง‏</title>
		<link>http://www.joejamsai.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.joejamsai.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Sep 2008 03:07:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>devil_joe</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กระเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วย]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกพลับ]]></category>
		<category><![CDATA[เมนู]]></category>
		<category><![CDATA[เหล้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.joejamsai.com/?p=146</guid>
		<description><![CDATA[ก่อนที่จะรับประทาน ควรเลือกชนิดของอาหารเสียก่อนนะคะ  เพราะบางทีอาหารที่เราทานลงไปทั้งๆ ที่มีประโยชน์แต่ไม่ถูกเวลา  ก็อาจส่งผลเสียบางอย่างที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ค่ะ  ไปดูกันว่าอาหารที่ไม่ควรรับประทานขณะท้องว่างมีชนิดใดบ้าง

นมและนมถั่วเหลือง
แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด  เมื่อกระเพาะอาหารมีสาร
ประเภทแป้งอยู่

เหล้า
หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง จะไปกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร  ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้

น้ำตาลหรืออาหารหวาน
ไม่ควรรับประทานอาหารหวานหรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ลูกอม ช็อกโกแลต  เพราะหากรับประทานขณะ
ท้องว่างจะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิดและลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต

ชาที่แก่เกินไป
ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง  ส่งผลให้การทำงานของระบบย่อยอาหารลดลง
และเกิดอาการใจสั่น  เวียนศีรษะมือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ

ลูกพลับ
ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง  เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือออกมามาก หากไป
รวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้ว จะทำให้เจ็บหน้าอก  คลื่นไส้และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร

กล้วย
เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วยขณะท้องว่าง  จะทำให้ปริมาณธาตุ
แมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น  ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไปเป็นการยับยั้งการทำงานของหลอดเลือด
หัวใจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

กระเทียม
เพราะจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารได้รับการกระตุ้น  เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง

ผัก
การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง  จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปกติ
นอกจากนั้นยังไม่ควรอาบน้ำและออกกำลังกายด้วยเช่นกัน  เพราะการอาบน้ำและการออกกำลังกายใน
ขณะที่ท้องว่าง  จะทำให้เกิดอาการช็อกเนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย  อย่าลืมสิ่งใดที่มีคุณอนันต์ก็
อาจมีโทษมหันต์เช่นกัน  ถ้าคุณปฏิบัติอย่างผิดวิธี
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span lang="TH">ก่อนที่จะรับประทาน ควรเลือกชนิดของอาหารเสียก่อนนะคะ  เพราะบางทีอาหารที่เราทานลงไปทั้งๆ ที่มีประโยชน์แต่ไม่ถูกเวลา  ก็อาจส่งผลเสียบางอย่างที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ค่ะ  ไปดูกันว่าอาหารที่ไม่ควรรับประทานขณะท้องว่างมีชนิดใดบ้าง</span><br />
<strong><span style="font-weight: bold;"><br />
<span lang="TH">นมและนมถั่วเหลือง</span></span></strong><br />
<span lang="TH">แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด  เมื่อกระเพาะอาหารมีสาร</span><br />
<span lang="TH">ประเภทแป้งอยู่</span><br />
<strong><span style="font-weight: bold;"><br />
<span lang="TH">เหล้า</span></span></strong><br />
<span lang="TH">หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง จะไปกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร  ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ</span><br />
<span lang="TH">และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้</span><br />
<strong><span style="font-weight: bold;"><br />
<span lang="TH">น้ำ</span><span lang="TH">ตาลหรืออาหารหวาน</span></span></strong><br />
<span lang="TH">ไม่ควรรับประทานอาหารหวานหรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ลูกอม ช็อกโกแลต  เพราะหากรับประทานขณะ</span><br />
<span lang="TH">ท้องว่างจะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิดและลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต</span><br />
<strong><span style="font-weight: bold;"><br />
<span lang="TH">ชาที่แก่เกินไป</span></span></strong><br />
<span lang="TH">ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง  ส่งผลให้การทำงานของระบบย่อยอาหารลดลง</span><br />
<span lang="TH">และเกิดอาการใจสั่น  เวียนศีรษะมือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ</span><br />
<strong><span style="font-weight: bold;"><br />
<span lang="TH">ลูกพลับ</span></span></strong><br />
<span lang="TH">ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง  เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือออกมามาก หากไป</span><br />
<span lang="TH">รวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้ว จะทำให้เจ็บหน้าอก  คลื่นไส้และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร</span><br />
<strong><span style="font-weight: bold;"><br />
<span lang="TH">กล้วย</span></span></strong><br />
<span lang="TH">เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วยขณะท้องว่าง  จะทำให้ปริมาณธาตุ</span><br />
<span lang="TH">แมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น  ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไปเป็นการยับยั้งการทำงานของหลอดเลือด</span><br />
<span lang="TH">หัวใจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง</span><br />
<strong><span style="font-weight: bold;"><br />
<span lang="TH">กระเทียม</span></span></strong><br />
<span lang="TH">เพราะจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารได้รับการกระตุ้น  เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง</span><br />
<strong><span style="font-weight: bold;"><br />
<span lang="TH">ผัก</span></span></strong><br />
<span lang="TH">การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง  จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปกติ</span></p>
<p><span lang="TH">นอกจากนั้นยังไม่ควรอาบน้ำและออกกำลังกายด้วยเช่นกัน  เพราะการอาบน้ำและการออกกำลังกายใน</span><br />
<span lang="TH">ขณะที่ท้องว่าง  จะทำให้เกิดอาการช็อกเนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย  อย่าลืมสิ่งใดที่มีคุณอนันต์ก็</span><br />
<span lang="TH">อาจมีโทษมหันต์เช่นกัน  ถ้าคุณปฏิบัติอย่างผิดวิธี</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.joejamsai.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บอกนิสัยจากสิ่งที่ชอบ</title>
		<link>http://www.joejamsai.com/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://www.joejamsai.com/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Aug 2008 05:45:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>devil_joe</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[นิสัย]]></category>
		<category><![CDATA[เมล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.joejamsai.com/?p=143</guid>
		<description><![CDATA[1 . คนที่ชอบ เล่นกีฬา ออกกำลังกาย
เป็นคนร่าเริง แจ่มใส มองโลกด้วยทัศนะสุขนิยม
ทำงานเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่สับสนวุ่นวาย
2 . คนที่ชอบ อ่านหนังสือ ฟังดนตรี
เป็นพวกรักความสงบ? ส่วนใหญ่เป็นคนฉลาดและมีสติปัญญาล้ำเลิศ
แต่มักเสียเพราะเป็นคนช่างสะเทือนใจ
3 . ผู้ที่ชอบงานออกแบบ วิศวกร เครื่องบิน ยานอวกาศ
ส่วนใหญ่เป็นคนมีเหตุผล? มีความสมดุล รู้จักควบคุมชีวิตได้ดี
4 . พวกที่ชอบ งานเทคนิค
เป็นพวกที่มีความอยากรู้อยากเห็นสูง สุขนิยม เข้ากับคนง่าย
ไม่เย่อหยิ่งกับความสำเร็จของตนเอง
และมักจะมีความสุขกับผลงานเล็กๆน้อยๆ? ของตนเองเสมอ
5 . พวกที่ชอบ วิทยาศาสตร์ ชอบ ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์
มักเป็นคนมีเหตุผล มีหลักเกณฑ์ในการตัดสินปัญหา
ค่อนข้าง เป็นผู้ใหญ่ สายตากว้างไกล
ชอบหัวเราะให้กับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
6 . พวกที่ชอบสะสม เช่น สะสมของเก่า สะสมแสตมป์
มักเป็นคนฉลาด ความรู้กว้าง คุยเก่ง? เพื่อนเยอะ ไม่ค่อยเหงา
7 . พวกที่ชอบ ศิลปะ และ ดนตรี
เป็นคนที่มีความรู้สึกซับซ้อน?? มีอารมณ์ศิลปิน
ทำให้ชีวิตและโลกสวยงามหลากหลายรูปแบบ
8 . พวกนัก นิยมธรรมชาติ ชื่นชอบ การท่องเที่ยว ชอบตกปลา
มักไม่เพ้อฝัน? [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>1 . คนที่ชอบ เล่นกีฬา ออกกำลังกาย</p>
<p>เป็นคนร่าเริง แจ่มใส มองโลกด้วยทัศนะสุขนิยม</p>
<p>ทำงานเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่สับสนวุ่นวาย</p>
<p>2 . คนที่ชอบ อ่านหนังสือ ฟังดนตรี</p>
<p>เป็นพวกรักความสงบ? ส่วนใหญ่เป็นคนฉลาดและมีสติปัญญาล้ำเลิศ</p>
<p>แต่มักเสียเพราะเป็นคนช่างสะเทือนใจ</p>
<p>3 . ผู้ที่ชอบงานออกแบบ วิศวกร เครื่องบิน ยานอวกาศ</p>
<p>ส่วนใหญ่เป็นคนมีเหตุผล? มีความสมดุล รู้จักควบคุมชีวิตได้ดี</p>
<p>4 . พวกที่ชอบ งานเทคนิค</p>
<p>เป็นพวกที่มีความอยากรู้อยากเห็นสูง สุขนิยม เข้ากับคนง่าย</p>
<p>ไม่เย่อหยิ่งกับความสำเร็จของตนเอง</p>
<p>และมักจะมีความสุขกับผลงานเล็กๆน้อยๆ? ของตนเองเสมอ</p>
<p>5 . พวกที่ชอบ วิทยาศาสตร์ ชอบ ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์</p>
<p>มักเป็นคนมีเหตุผล มีหลักเกณฑ์ในการตัดสินปัญหา</p>
<p>ค่อนข้าง เป็นผู้ใหญ่ สายตากว้างไกล<br />
ชอบหัวเราะให้กับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต</p>
<p>6 . พวกที่ชอบสะสม เช่น สะสมของเก่า สะสมแสตมป์</p>
<p>มักเป็นคนฉลาด ความรู้กว้าง คุยเก่ง? เพื่อนเยอะ ไม่ค่อยเหงา</p>
<p>7 . พวกที่ชอบ ศิลปะ และ ดนตรี</p>
<p>เป็นคนที่มีความรู้สึกซับซ้อน?? มีอารมณ์ศิลปิน</p>
<p>ทำให้ชีวิตและโลกสวยงามหลากหลายรูปแบบ</p>
<p>8 . พวกนัก นิยมธรรมชาติ ชื่นชอบ การท่องเที่ยว ชอบตกปลา</p>
<p>มักไม่เพ้อฝัน? เขาอาจจะเงียบขรึมบ้าง แต่จิตใจสงบมั่นคง</p>
<p>9 . พวกที่ชอบ ถ่ายรูป</p>
<p>อุปนิสัยสลับซับซ้อน ชอบเครื่องจักรกล</p>
<p>แต่ก็รักศิลปะ? อีกทั้งนิยมสะสม เขามักจะเป็นคนเจ้าอารมณ์</p>
<p>พึ่งพาอาศัยได้ มีรสนิยมหลายอย่าง</p>
<p>10 . พวกที่ชอบ ดูหนัง</p>
<p>เป็นพวกที่หลีกหนีความเป็นจริง ฉลาด มีน้ำใจ<br />
แต่เพ้อฝันมากเกินไปหน่อย จึงมักจะรู้สึกเหงา</p>
<p>11 . คนที่ชอบ วาดรูป</p>
<p>ส่วนใหญ่จะเป็นเก่ง เปิดเผย ใจร้อน</p>
<p>แต่มักหลงภาพหรือคนใหม่ๆ? ที่เข้ามาในชีวิต เสมอ</p>
<p>ทำให้เปลี่ยน ใจบ่อยๆ เป็นพวกจินตนาการสูงมาก<br />
มักจะโอเว่อร์เกินความเป็นจริง</p>
<p>12 . คนที่ชอบ อ่านเมล์แล้วส่งต่อ</p>
<p>ส่วนใหญ่จะเป็นคนดีเลิศประเสริฐศรี</p>
<p>และ&#8230;ตกงานง่าย &#8230;อ่ะ&#8230;. จ๊ากกกก?!!!!</p>
<p>อ่านถึงข้อ สุดท้ายก็รีบหันซ้าย แลขวา?.และ&#8230;.</p>
<p>ก้มหน้า&#8230;.ทำงานกันอย่างตั้งใจต่อไปเถอะ&#8230;ชาวเรา&#8230;.อิอิ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.joejamsai.com/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>8 ความจริงที่ทำให้ผู้ชายดูแก่กว่าวัย?</title>
		<link>http://www.joejamsai.com/8-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.joejamsai.com/8-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Aug 2008 05:42:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>devil_joe</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ชาย]]></category>
		<category><![CDATA[แก่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.joejamsai.com/?p=142</guid>
		<description><![CDATA[1. กินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว? การกินไขมันอิ่มตัวในเนื้อ ไก่ นมและเนย ในปริมาณมาก นอกจากจะเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การมีสุขภาพที่ย่ำแย่ และอาการของโรคหัวใจแล้ว คอเลสเตอรอลในอาหารประเภทนี้ยังมีส่วนสำคัญในการเร่งให้คุณดูแก่กว่าวัยโดยไม่จำเป็นอีกด้วย
2. สูบบุหรี่ จัดตามข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค
กว่า 1 ใน 5 ของผู้ใหญ่ในอเมริกา หรืออาจกล่าวได้ว่าประมาณ 46 ล้านคนของชาวอเมริกัน ยังคงเป็นประชากรที่สูบบุหรี่เป็นกิจวัตรประจำวันและเพื่อที่จะลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งและมีริ้วรอยก่อนวัยอันควร วิธีง่ายๆ วิธีหนึ่งที่จะช่วยลดการสูบบุหรี่ลงได้คือการหาหมากฝรั่งต้านนิโคตินมาเคี้ยว ซึ่งเป็นวิธีการบำบัดที่สามารถทำไปพลางๆ ก่อนที่จะตัดใจเลิกสูบอย่างจริงจังและเป็นวิธีการบำบัดที่ได้ผลมาแล้ว เพื่อทำให้ตัวเองกลับมาดูหนุ่มขึ้นเหมือนเดิม
3. อยู่กลางแดดมากเกินไป ถึงคุณจะทำงานในสำนักงานที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ แต่อย่าลืมว่าเวลาที่ออกรอบตีกอล์ฟเล่นกีฬากลางแจ้ง หรือแม้แต่การสัมผัสกับแสงแดดในแต่ละวันก็ทำให้คุณได้รับรังสียูวีและความร้อนที่ทำลายความชุ่มชื้น ของผิวและทำลายเซลล์ผิวไปในเวลาเดียวกัน และหากจำเป็นต้องออกแดดจัดทุกครั้ง อย่าลืมหาอุปกรณ์ป้องกันแดดที่รวมเอาร่มแว่นตาและครีมกันแดดเข้าด้วยกัน ติดตัวคุณไปด้วยหากไม่ลำบากจนเกินไป
4. พักผ่อนไม่เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงแต่จะช่วยพักฟื้นระบบการทำงานของร่างกายที่อ่อนล้ามาตลอดวันแล้ว การได้หลับตาพักสักงีบใหญ่ๆ ยังเป็นการพักผ่อนผิวไปในตัวด้วยและยังเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับการปรับสภาพผิวและสร้างเซลล์ผิวใหม่ นอกจากนี้การนอนน้อยยังนำไปสู่การเป็นโรคอ้วนด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อรู้แบบนี้แล้ว คุณควรเข้านอนให้เร็วขึ้นอีกสักหน่อย โดยการสร้างบรรยากาศห้องนอนให้น่านอนนับตั้งแต่วันนี้เลยเป็นไง
5. ความเครียด ทั้งหมดที่ผ่านมานี้ดูเหมือนว่าความเครียด จะเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยากที่สุด เพราะไม่ว่าจะบอกตัวเอง ไม่ให้เครียดอย่างไร สุดท้ายแล้วถ้าคุณยังจมอยู่กับกองงาน และห้องสี่เหลี่ยม อะไรอะไรก็คงไม่มีทางดีขึ้น นอกเสียจาก คุณจะลุกขึ้นมาแต่งตัวออกไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้าง หรือจะให้ดี ก็ตรงไปที่สปอร์ตคลับ หรือฟิตเนสเซ็นเตอร์ใกล้บ้าน เพื่อสร้างบรรยากาศที่แปลกใหม่ให้กับตัวเองบ้าง
6. ดื่มหนัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>1. กินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว? การกินไขมันอิ่มตัวในเนื้อ ไก่ นมและเนย ในปริมาณมาก นอกจากจะเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การมีสุขภาพที่ย่ำแย่ และอาการของโรคหัวใจแล้ว คอเลสเตอรอลในอาหารประเภทนี้ยังมีส่วนสำคัญในการเร่งให้คุณดูแก่กว่าวัยโดยไม่จำเป็นอีกด้วย</p>
<p>2. สูบบุหรี่ จัดตามข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค<br />
กว่า 1 ใน 5 ของผู้ใหญ่ในอเมริกา หรืออาจกล่าวได้ว่าประมาณ 46 ล้านคนของชาวอเมริกัน ยังคงเป็นประชากรที่สูบบุหรี่เป็นกิจวัตรประจำวันและเพื่อที่จะลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งและมีริ้วรอยก่อนวัยอันควร วิธีง่ายๆ วิธีหนึ่งที่จะช่วยลดการสูบบุหรี่ลงได้คือการหาหมากฝรั่งต้านนิโคตินมาเคี้ยว ซึ่งเป็นวิธีการบำบัดที่สามารถทำไปพลางๆ ก่อนที่จะตัดใจเลิกสูบอย่างจริงจังและเป็นวิธีการบำบัดที่ได้ผลมาแล้ว เพื่อทำให้ตัวเองกลับมาดูหนุ่มขึ้นเหมือนเดิม</p>
<p>3. อยู่กลางแดดมากเกินไป ถึงคุณจะทำงานในสำนักงานที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ แต่อย่าลืมว่าเวลาที่ออกรอบตีกอล์ฟเล่นกีฬากลางแจ้ง หรือแม้แต่การสัมผัสกับแสงแดดในแต่ละวันก็ทำให้คุณได้รับรังสียูวีและความร้อนที่ทำลายความชุ่มชื้น ของผิวและทำลายเซลล์ผิวไปในเวลาเดียวกัน และหากจำเป็นต้องออกแดดจัดทุกครั้ง อย่าลืมหาอุปกรณ์ป้องกันแดดที่รวมเอาร่มแว่นตาและครีมกันแดดเข้าด้วยกัน ติดตัวคุณไปด้วยหากไม่ลำบากจนเกินไป</p>
<p>4. พักผ่อนไม่เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงแต่จะช่วยพักฟื้นระบบการทำงานของร่างกายที่อ่อนล้ามาตลอดวันแล้ว การได้หลับตาพักสักงีบใหญ่ๆ ยังเป็นการพักผ่อนผิวไปในตัวด้วยและยังเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับการปรับสภาพผิวและสร้างเซลล์ผิวใหม่ นอกจากนี้การนอนน้อยยังนำไปสู่การเป็นโรคอ้วนด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อรู้แบบนี้แล้ว คุณควรเข้านอนให้เร็วขึ้นอีกสักหน่อย โดยการสร้างบรรยากาศห้องนอนให้น่านอนนับตั้งแต่วันนี้เลยเป็นไง</p>
<p>5. ความเครียด ทั้งหมดที่ผ่านมานี้ดูเหมือนว่าความเครียด จะเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยากที่สุด เพราะไม่ว่าจะบอกตัวเอง ไม่ให้เครียดอย่างไร สุดท้ายแล้วถ้าคุณยังจมอยู่กับกองงาน และห้องสี่เหลี่ยม อะไรอะไรก็คงไม่มีทางดีขึ้น นอกเสียจาก คุณจะลุกขึ้นมาแต่งตัวออกไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้าง หรือจะให้ดี ก็ตรงไปที่สปอร์ตคลับ หรือฟิตเนสเซ็นเตอร์ใกล้บ้าน เพื่อสร้างบรรยากาศที่แปลกใหม่ให้กับตัวเองบ้าง</p>
<p>6. ดื่มหนัก เราแค่แนะนำให้คุณออกไปเปลี่ยนบรรยากาศกับเพื่อนฝูงสักพัก แต่ไม่ได้บอกให้ดื่มหนักเสียหน่อย แต่หลังจากไปดื่มกันกลับมาเรียบร้อยแล้ว การดื่มน้ำตามมากๆ จะเพิ่มปริมาณน้ำให้กับผิวของคุณได้เป็นอย่างดี</p>
<p>7. หวานจนเกินพอดี ถ้าเป็นเรื่องของความสัมพันธ์จะหวานกันขนาดไหน เราก็ไม่ว่ากันอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นการบริโภคน้ำตาลเพื่อเพิ่มความหวานให้ตัวเองมากเกินไปละก็ คุณควรจะทราบไว้เลยว่าน้ำตาลโมเลกุลคู่จะมีผลโดยตรงในการทำให้คุณดูแก่กว่าอายุที่แท้จริง ถ้าไม่เชื่อก็ลองหันมาบริโภคน้ำตาลฟรักโทสที่มีอยู่ในผลไม้ นม หรือน้ำผึ้ง แล้วกลับไปถามหลานๆ ของคุณดูว่าปีนี้คุณมีอายุเท่าไหร่ รับรองได้เลยว่าคุณจะต้องอมยิ้มกับคำตอบที่ได้ยินอย่างแน่นอน</p>
<p>8. ขยับตัวน้อยเกินไป คุณปล่อยให้ไขมันเกาะส่วนต่างๆ ของร่างกาย หรือปล่อยให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ดูหย่อนคล้อยมากเกินไปหรือเปล่า? ถ้าใช่เห็นทีคุณคงต้องรีบลุกขึ้นมาฟิตหุ่นหลังเลิกงานวันนี้เลยก็น่าจะดีที่มา</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.joejamsai.com/8-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไม่อยากเป็นมะเร็ง ควรกินแบบไหน</title>
		<link>http://www.joejamsai.com/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://www.joejamsai.com/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Jul 2008 03:30:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>devil_joe</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามิน]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อสัตว์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.joejamsai.com/?p=138</guid>
		<description><![CDATA[อย่ากินเด็ดขาด
- ของเค็ม ของดอง ของรมควัน ปิ้งย่างทั้งหลาย โดยเฉพาะที่ทำมาจากเนื้อสัตว์เด็ดขาด
- เนื้อสัตว์ที่ทำกันมาเพื่อให้เก็บกินได้นานๆ พวก แฮม ไส้กรอก เบคอน ซาลามี่ พวกนี้จะไปสะสมเกิดมะเร็งในช่องท้องได้
- จำไว้เลยว่าของกินอะไรที่กึ่งดิบกึ่งสุกและดำ เช่น แหนมย่าง ตับไก่ปิ้งก่อให้เกิดมะเร็งแน่นอน
- เนื้อสัตว์ที่ย่างแบบ &#8220;สุกสุด&#8221; หรือที่ภาษาอังกฤษเขาใช้ว่า &#8220;Well Done&#8221;ก็เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมได้เหมือนกัน
- อย่าสูดดมควันอาหารปิ้งย่างเด็ดขาด
ควรกินด่วน
- ด็อคเตอร์แอนดรูว์ ไวล์ นักธรรมชาติบำบัดของอเมริกา ท่านศึกษาเรื่องเห็ดมาอย่างยาวนาน แนะนำว่าเห็ดในประเทศแถบเอเชียนี่ล่ะ กินแล้วป้องกันมะเร็งได้ ถ้าหาได้ในบ้านเราก็ต้อง &#8220;เห็ดโคน&#8221; ส่วนใครมีงบมากหน่อยก็ลอง &#8220;เห็ดชิตาเกะ&#8221; ของญี่ปุ่นดู
- พวกพืชผลไม้ในกลุ่มสีเหลืองส้ม จะมีคุณสมบัติป้องกันมะเร็งได้หลายชนิด เราก็กินพวกมะม่วงสุก ข้าวโพด แครอท ก็แล้วกัน
- กินวิตามินอี 80 มิลลิกรัมต่อวัน เลือกอันที่เขาระบุว่ามีทั้งสาร Tocopherols และ Tocotrienols อย่างละ 4 ตัว และควรกินกับอาหารมื้อใหญ่หน่อย เพราะวิตามินอีต้องการให้ไขมันดูดซับไปด้วย
- กินวิตามินซี 200 มิลลิกรัมต่อวันก็พอ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #ff0000;">อย่ากินเด็ดขาด</span></strong><br />
- ของเค็ม ของดอง ของรมควัน ปิ้งย่างทั้งหลาย โดยเฉพาะที่ทำมาจากเนื้อสัตว์เด็ดขาด<br />
- เนื้อสัตว์ที่ทำกันมาเพื่อให้เก็บกินได้นานๆ พวก แฮม ไส้กรอก เบคอน ซาลามี่ พวกนี้จะไปสะสมเกิดมะเร็งในช่องท้องได้<br />
- จำไว้เลยว่าของกินอะไรที่กึ่งดิบกึ่งสุกและดำ เช่น แหนมย่าง ตับไก่ปิ้งก่อให้เกิดมะเร็งแน่นอน<br />
- เนื้อสัตว์ที่ย่างแบบ &#8220;สุกสุด&#8221; หรือที่ภาษาอังกฤษเขาใช้ว่า &#8220;Well Done&#8221;ก็เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมได้เหมือนกัน<br />
- อย่าสูดดมควันอาหารปิ้งย่างเด็ดขาด</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ควรกินด่วน</span></strong><br />
- ด็อคเตอร์แอนดรูว์ ไวล์ นักธรรมชาติบำบัดของอเมริกา ท่านศึกษาเรื่องเห็ดมาอย่างยาวนาน แนะนำว่าเห็ดในประเทศแถบเอเชียนี่ล่ะ กินแล้วป้องกันมะเร็งได้ ถ้าหาได้ในบ้านเราก็ต้อง &#8220;เห็ดโคน&#8221; ส่วนใครมีงบมากหน่อยก็ลอง &#8220;เห็ดชิตาเกะ&#8221; ของญี่ปุ่นดู<br />
- พวกพืชผลไม้ในกลุ่มสีเหลืองส้ม จะมีคุณสมบัติป้องกันมะเร็งได้หลายชนิด เราก็กินพวกมะม่วงสุก ข้าวโพด แครอท ก็แล้วกัน<br />
- กินวิตามินอี 80 มิลลิกรัมต่อวัน เลือกอันที่เขาระบุว่ามีทั้งสาร Tocopherols และ Tocotrienols อย่างละ 4 ตัว และควรกินกับอาหารมื้อใหญ่หน่อย เพราะวิตามินอีต้องการให้ไขมันดูดซับไปด้วย<br />
- กินวิตามินซี 200 มิลลิกรัมต่อวันก็พอ ไม่ต้องกินมากกว่านั้นเพราะร่างกายก็ขับออกอยู่ดี<br />
- กินแร่ธาตุเซเลเนียม 100-200 ไม่โครกรัมต่อวัน จะกินน้อยกว่าวิตามินอีและซี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.joejamsai.com/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
